ตำนานสยองขวัญแห่งวันฮัลโลวีน

วันฮัลโลวีน

ฮัลโลวีน หรือวันปล่อยผี คืออีกหนึ่งวันสำคัญของชาวตะวันตก ที่จะจัดขึ้นทุกวันที่ 31 ตุลาคมของทุกปี โดยตำนานเล่าขานต่อกันมาว่าเริ่มต้นมาจากชนเผ่าพื้นเมืองของประเทศไอร์แลนด์ ที่เชื่อว่าวันที่ 31 ตุลาคม เป็นวันสิ้นสุดของฤดูร้อน และวันที่ 1 พฤศจิกายน เป็นวันขึ้นปีใหม่ของพวกเขา และพวกเขาเชื่อว่าระหว่างสองวันนี้เองที่มิติของคนตายกับคนเป็นจะเปิดและสามารถเชื่อมโยงเข้าหากันได้ เหล่าสัมภเวสีทั้งก็จะออกมาหาความสำราญโดยการสิงร่างของคนเป็นเพื่อจะได้มีชีวิตไปสนุกสนานอีกครั้งหนึ่ง ดังนั้น พวกเขาจึงมีต้องแต่งกายให้เหมือนผีมันเสียเลย เพื่อที่ผีเหล่านั้นจะได้คิดว่าพวกเขาก็เป็นผีเหมือนกับตนและจะได้ไม่ต้องมาสิงร่าง นอกจากนั้นยังไม่การปิดไฟและดับเตาผิงในบ้านให้มืดและเย็นยะเยือก เพื่อทำให้บ้านไม่น่าอยู่ เหล่าผีร้ายจะได้ไม่ต้องอยากมาอาศัยด้วย และความเชื่อกระทั่งว่าต้องเผาคนที่มีอาการแปลก ๆ คล้าย ๆ ถูกผีสิงเพื่อทำให้เหล่าผีทั้งหลายกลัวและไม่กล้ามาสิงคนเพราะกลัวจะถูกเผาเช่นกัน แต่ประเพณีนี้ได้ถูกคัดค้านในภายหลังว่าเป็นการทารุณเหี้ยมโหดเกินจึงได้ยกเลิกไป

จากนั้นมาความกลัวเรื่องผีก็ได้ลดน้อยถอยลง มีชาวไอแลนด์บางส่วนได้อพยพมาอยู่ที่ประเทศสหรัฐอเมริกาและได้นำประเพณีวันฮาโลวีนนี้มาด้วยในราวปี 1840 โดยพวกเขาได้เปลี่ยนวันจัดพิธีเป็นวันที่ 2 พฤศจิกายน และประเพณีทั้งหลายก็ดูซอฟท์ลงไปด้วย ยังมีการแต่งกายเป็นผีอยู่เช่นเคยแต่จากที่เคยหวาดกลัวก็กลับกลายเป็นสนุกสนาน นอกจากนั้นยังมีการเดินเคาะประตูเพื่อขอขนมสำหรับวิญญาณต่าง ๆ โดยมีความเชื่อว่า ยิ่งบ้านใดให้ขนมมากเท่าใดเหล่าวิญญาณที่เป็นญาติของผู้ให้ก็จะยิ่งได้รับส่วนบุญเหล่านั้นมากขึ้นและจะมีโอกาสขึ้นสวรรค์เพิ่มขึ้นเช่นกัน

ประเพณีที่มีเพิ่มขึ้นที่เราเห็นนั้นคือการแกะสลักฟักทองเป็นรูปหน้าผีและจุดเทียนไว้ด้านใน ตำนานเล่าว่ามีนักมายากลชื่อแจ็ค เขาได้หลอกผีตนหนึ่งให้ขึ้นไปอยู่บนต้นไม้แล้วเขาก็เขียนกากบาทไว้ที่โคนทำให้ผีนั้นลงมาจากต้นไม้ไม่ได้ ผีขอร้องแจ็คให้ปล่อยมันไป แจ็คจึงยอมปล่อยโดยทำสัญญากันว่าห้ามผีมาหลอกและนำสิ่งไม่ดีใด ๆ มาหลอกตัวเขา ผีตนนั้นก็ตกลง เวลานานมาแจ็คได้เสียชีวิตเขาไม่ยอมขึ้นสวรรค์และลงนรก โดยประสงค์จะมีชีวิตอยู่บนโลกมนุษย์ในฐานะวิญญาณไปเรื่อย ๆ ผีตนนั้นจึงได้นำถ่านจุดไฟมาให้เขาเพื่อให้ความอบอุ่น แจ็คจึงนำหัวผักกาดเทอนิพมาเจาะแล้วนำถ่านใส่เข้าไปในนั้นและถือไปถือมาเพื่อให้ความอบอุ่นและเป็นแสงสว่างส่องนำทางให้กับเขา จากตำนานนี้ทำให้ชาวไอแลนด์เชื่อว่าการจุดไฟไว้ในหัวผักกาดและตั้งหน้าบ้านจะเป็นสัญลักษณ์ของการหยุดยั้งความชั่ว หรือ Trick or Treat อีกทั้งเป็นการส่องแสงนำทางส่งผลบุญให้กับญาติพี่น้องผู้ที่ล่วงลับไปแล้ว หลังจากนั้นหัวผักกาดเทอนิพหายากเหลือเกินจึงมีการปรับเปลี่ยนมาใช้ฟักทองแทนเพราะหาง่ายและสะดวกในการเจาะแกะสลัก จึงมีการเปลี่ยนมาใช้ฟักทองแทนมาจนถึงบัดนี้
ที่มา

http://variety.thaiza.com