Category Archives: blog

เทศกาลฮัลโลวีน หัวข้อ แฟชั่นการแต่งตัวในเทศกาล halloween ของประเทศต่างๆ

เทศกาลฮาโลวีนปัจจุบันกลายเป็นเทศกาลสากลที่คนทั่วโลกรู้จักกันดีและยังรับเอาวัฒนธรรมของเทศกาลฮาโลวีนไว้ในวัฒนธรรมประเทศของตน ถึงแม้ว่าจะไม่มีการประกอบพิธีพำกรรมในทุกประเทศ และออกจะเป็นเทศกาลที่ทำกันเล่น ๆ มากกว่าจะจริงจัง เราจะเห็นว่าฮาโลวีนคือวันแห่งการแต่งตัวแฟชั่นแฟนซีที่สนุกสนาน การแต่งตัวในวันฮาโลวีนของประเทศต่าง ๆ ก็นิยมการแต่งตัวเป็นผีและแต่งตัวแปลก ๆ ให้เป็นจุดสนใจใช้ความคิดสร้างสรรค์ในแต่ละประเทศไม่ต่างกันนัก แฟชั่นวันฮาโลวีนมีการแต่งตัวอยุ่ด้วยกัน 3 สไตล์ก็คือ   1 แต่งแบบผีจริง ๆ การแต่งตัวเป็นผีในวันฮาโลวีน เป็นการแต่งตัวแบบแรกที่เป็นที่มาของชุดแฟนซีแฟขั่นในวันฮาโลวีน ชุดที่ใส่เป็นผีมีทั้งชุดสำเร็จรูปที่มีขายกันอยู่และการดัดแปลงชุดเองจากความคิดสร้างสรรค์ ผีบางชนิดก็ติดอันดับ Top10 ที่คนนิยมแต่งแฟนซีกัน เช่น แม่มด พ่อมด จะประกอบไปด้วยเสื้อคลุมผูกคอสีดำทรงสามเหลี่ยม หมวกปีกกว้างปลายหมวกแหลม และชุดสีดำทั้งตัว อาจจะมีพล็อบประกอบเป็นหม้อคล้องแขน ย่าม และไม้กวาดอันใหญ่ ๆ แด็กคูล่าผีแด็กคูล่าเปฌ็นอีกผีที่มีเสน่ห์ ชุดของแด็กคูล่าก็คล้าย ๆ กันกับพ่อมด แม่มด แต่ต่างกันตรงชุดแด๊กคูล่าชุดข้างในเสื้อคลุมจะเป็นเสื้อเชิ๊ตผูกหูกระต่างและจะต้องมีการใส่เขี้ยงปลอมลงไปในปากด้วย นอกจากนั้นก็เป็นผีแบบอื่น ๆ แล้วแต่จะจินตนาการ   2 แต่งแบบแฟนซีแปลก ๆ ชุดแฟชั่นแฟนซีแบบแปลก ๆ เช่นแต่งเป็นกลักไม้ขีดไฟ แต่งเป็นชักโครก แต่เป็นหลอดยาสีฟันคู่กับแปรงสีฟัน เป็นต้น การแต่งตัวแฟนซีแบบนี้ไม่ได้มีคอนเซ็ปตายตัวอะไรและไม่ได้เน้นความเหมือนจริงของบทบาทผี แต่ต้องการใส่ให้เกิดความฮาความตลกกันมากกว่า […]

เทศกาล halloween กับการเฉลิมฉลองในประเทศต่างๆ

เทศกาลฮาโลวีน เป็นเทศกาลผี ๆ ในวันปล่อยผีที่ไม่ได้สร้างความน่ากลัวให้กับผู้คนทั่วโลกเลย แต่ตรงกันข้ามกลับกลายเป็นเทศกาลที่ผู้คนออกมาสนุกสนานได้แต่ตัวแฟนซีสีสันสดใสไปตามถนนหนทาง ตกแต่งบ้านเรือนและสถานที่แบบสร้างสรรค์ตลก ๆ เป็นเทศกาลอันโปรดปรานของเด็ก ๆ โดยเฉพาะในกลุ่มคนยุโรป อเมริกา ในทวีปอื่น ๆ กอย่างทวีปเอเชีย เทศกาลฮาโลวีนเป็นสีสันฉลองก็แต่เฉพาะบางประเทศและบางย่านเท่านั้น มาท่องไปกับเทศกาลฮาโลวีนกับงานเฉลิมฉลองแบบแปลก ๆ ในแต่ละมุมโลกที่น่าสนใจกัน   1 ประเทศจีน ในประเทศจีนมีเทศกาลที่มีความคล้ายคลึงกันกับฮาโลวีนคือ เทศกาลโคมไฟ คนจีนเชื่อว่าในวันเทศกาลโคมไฟผีบรรพบุรุษที่จากไปจะเดินทางกลับมาบ้าน จึงมีการจุดโคมไฟเพื่อนำทางวิญญาณกลับบ้าน ทั่วทุกท้องถนนและย่านต่าง ๆ ประดับประดาด้วยโคมไฟ มีการเผากระดาษที่เตรียมพับไว้ในวัดให้กับดวงวิญญาณทั้งวิญญาณบรรพบุรุษและวิญญาณร่อนเร่ไร้ญาติ   2 ประเทศฝรั่งเศส สำหรับประเทศฝรั่งเศสเดิมทีก็เหมือนกับประเทศไทยเราคือไม่เคยมีเทศกาลฮาโลวีน คนฝรั่งเศสไม่รู้จักเทศกาลฮาโลวีน แต่มาเมื่อยุค 90 นี้เองที่วัฒนธรรมเริ่มหลั่งไหลแลกเปลี่ยนกันไปทั่วโลก คนฝรั่งเศสจึงรับเอาเทศกาลฮาโลวีนมาเฉลิมฉลองบ้าง แต่ก็ไม่ได้จริงจังอะไร เพียงแต่มีกการใส่ชุดแฟนซีและเดินของขนมสนุก ๆ เท่านั้น   3 ไอส์แลนด์ ประเทศไอส์แลนด์เป็นประเทศต้นตำรับของวันฮาโลวีน มีการตกแต่งบ้านเรือนสถานที่ต่าง ๆ อย่างเอิกเริก และมีการแต่งตัวแฟนซีเป็นผีชนิดต่าง ๆ บ้างก็ใส่ชุดแฟนซีเป็นอย่างอื่นที่ไม่ใช่ผี แต่ก็สร้างสรรค์และเพิ่มสีสันให้กับวันฮาโลวีนไม่น้อย   4 […]

การจัดเทศกาลฮาโลวีนในประเทศไทย

เทศกาลวันฮาโลวีน เป็นเทศกาลที่ถูกกำหนดให้มีขึ้นทุกวันที่ 31 ตุลาคมของทุก ๆ ปี ในต่างประเทศเมื่อถึงช่วงวันฮาโลวีนชาวตะวันตกจะเห็นว่าเป็นวันที่แสนสนุก วันแห่งสีสันแม้ว่าคอนเซ็ปต์ที่แม้จริงดั้งเดิมเป็นวันที่เรียกว่าวันปล่อยผีก็ตาม แต่เมื่อเวลาผ่านไปวันฮาโลวีนกลายเป็นวันที่เน้นการแต่งตัวแบบแฟนซี โดยเฉพาะแต่งให้เป็นผีชนิดต่าง ๆ มีการแต่งหน้าให้ดูสมจริงสร้างสีสัน สีประจำของวันฮาโลวีนก็คือ สีส้มและสีดำ สัญลักษณ์ที่นำมาตกแต่งวันฮาโลวีนก็มีหลายอย่างทั้ง ฟักทองเจาะเป็นหน้าโครงกระดูด ไม้กวาด หมวกแม่มด เป็นต้น เด็ก ๆ ฝรั่งจะเดินไปตามบ้านเพื่อเคาะประตูพร้อมกับถือตะกร้าเล็ก ๆ แล้วเมื่อเจ้าของบ้านเปิดประตูออกมาเด็ก ๆ ที่แต่งตัวให้เหมือนกับตัวเองเป็นผีตัวน้อยจะถามว่า หลอกหรือเลี้ยง ถ้าเจ้าของบ้านเลือก เลี้ยง ก็ต้องนำขนม ลูกกวาด ลูกอม มาให้กับเหล่าผีตัวน้อยแทนการถูกเหล่าผีหลอก ( ว่าแต่น่ากลัวตรงไหนกันล่ะ) ที่เกริ่นมาทั้งหมดนี้คือบรรยากาศในต่างประเทศ   มาดูการจัดงานฮาโลวีนในประเทศไทยกันบ้าง เทศกาลฮาโลวีนไม่ใช่วัฒนธรรมไทยแต่เดิม จึงไม่แปลกที่เทศกาลฮาโลวีนเราจะไม่ไกด้เห็นการตกแต่งสถานที่ตามบ้านหรือกลุ่มเด็ก ๆ ตัวน้อยแต่งตัวแต่งหน้าเป็นผีถือตะกร้าไปขอขนมตามบ้าน แต่ที่เราได้เห็นกันก็คือการตกแต่งสถานที่ด้วยของตกแต่งฮาโลวีนในโทนสี ดำส้ม ขาวและม่วงตามห้างสรรพสินค้า ร้านรวงต่าง ๆ เพื่อสร้างบรรยากาศฮาโลวีน สำหรับการเฉลิมฉลองเทศกาลจะถูกจัดตามร้านอาหาร ห้างสรรพสินค้าและผับบาร์ในยามค่ำคืนเสียมากกว่า จุดประสงค์ไม่ใช่เพราะการเห็นความสำคัญกับวันฮาโลวีนในฐานะที่เป็นเทศกาลสำคัญใด ๆ เช่นประเทศในแถบยุโรปและอเมริกา แต่เป็นการตกแต่งบรรยากาศเพื่อส่งเสริมการตลาดการขายของทางห้างร้านเหล่านั้นเสียมากกว่า และไม่ได้มีใครในเมืองไทยที่รู้สึกกลังกับวันฮาโลวีนหรือวันปล่อยผีของฝรั่งนี้เลย […]

ตำนานสยองขวัญแห่งวันฮัลโลวีน

ฮัลโลวีน หรือวันปล่อยผี คืออีกหนึ่งวันสำคัญของชาวตะวันตก ที่จะจัดขึ้นทุกวันที่ 31 ตุลาคมของทุกปี โดยตำนานเล่าขานต่อกันมาว่าเริ่มต้นมาจากชนเผ่าพื้นเมืองของประเทศไอร์แลนด์ ที่เชื่อว่าวันที่ 31 ตุลาคม เป็นวันสิ้นสุดของฤดูร้อน และวันที่ 1 พฤศจิกายน เป็นวันขึ้นปีใหม่ของพวกเขา และพวกเขาเชื่อว่าระหว่างสองวันนี้เองที่มิติของคนตายกับคนเป็นจะเปิดและสามารถเชื่อมโยงเข้าหากันได้ เหล่าสัมภเวสีทั้งก็จะออกมาหาความสำราญโดยการสิงร่างของคนเป็นเพื่อจะได้มีชีวิตไปสนุกสนานอีกครั้งหนึ่ง ดังนั้น พวกเขาจึงมีต้องแต่งกายให้เหมือนผีมันเสียเลย เพื่อที่ผีเหล่านั้นจะได้คิดว่าพวกเขาก็เป็นผีเหมือนกับตนและจะได้ไม่ต้องมาสิงร่าง นอกจากนั้นยังไม่การปิดไฟและดับเตาผิงในบ้านให้มืดและเย็นยะเยือก เพื่อทำให้บ้านไม่น่าอยู่ เหล่าผีร้ายจะได้ไม่ต้องอยากมาอาศัยด้วย และความเชื่อกระทั่งว่าต้องเผาคนที่มีอาการแปลก ๆ คล้าย ๆ ถูกผีสิงเพื่อทำให้เหล่าผีทั้งหลายกลัวและไม่กล้ามาสิงคนเพราะกลัวจะถูกเผาเช่นกัน แต่ประเพณีนี้ได้ถูกคัดค้านในภายหลังว่าเป็นการทารุณเหี้ยมโหดเกินจึงได้ยกเลิกไป จากนั้นมาความกลัวเรื่องผีก็ได้ลดน้อยถอยลง มีชาวไอแลนด์บางส่วนได้อพยพมาอยู่ที่ประเทศสหรัฐอเมริกาและได้นำประเพณีวันฮาโลวีนนี้มาด้วยในราวปี 1840 โดยพวกเขาได้เปลี่ยนวันจัดพิธีเป็นวันที่ 2 พฤศจิกายน และประเพณีทั้งหลายก็ดูซอฟท์ลงไปด้วย ยังมีการแต่งกายเป็นผีอยู่เช่นเคยแต่จากที่เคยหวาดกลัวก็กลับกลายเป็นสนุกสนาน นอกจากนั้นยังมีการเดินเคาะประตูเพื่อขอขนมสำหรับวิญญาณต่าง ๆ โดยมีความเชื่อว่า ยิ่งบ้านใดให้ขนมมากเท่าใดเหล่าวิญญาณที่เป็นญาติของผู้ให้ก็จะยิ่งได้รับส่วนบุญเหล่านั้นมากขึ้นและจะมีโอกาสขึ้นสวรรค์เพิ่มขึ้นเช่นกัน ประเพณีที่มีเพิ่มขึ้นที่เราเห็นนั้นคือการแกะสลักฟักทองเป็นรูปหน้าผีและจุดเทียนไว้ด้านใน ตำนานเล่าว่ามีนักมายากลชื่อแจ็ค เขาได้หลอกผีตนหนึ่งให้ขึ้นไปอยู่บนต้นไม้แล้วเขาก็เขียนกากบาทไว้ที่โคนทำให้ผีนั้นลงมาจากต้นไม้ไม่ได้ ผีขอร้องแจ็คให้ปล่อยมันไป แจ็คจึงยอมปล่อยโดยทำสัญญากันว่าห้ามผีมาหลอกและนำสิ่งไม่ดีใด ๆ มาหลอกตัวเขา ผีตนนั้นก็ตกลง เวลานานมาแจ็คได้เสียชีวิตเขาไม่ยอมขึ้นสวรรค์และลงนรก โดยประสงค์จะมีชีวิตอยู่บนโลกมนุษย์ในฐานะวิญญาณไปเรื่อย ๆ ผีตนนั้นจึงได้นำถ่านจุดไฟมาให้เขาเพื่อให้ความอบอุ่น แจ็คจึงนำหัวผักกาดเทอนิพมาเจาะแล้วนำถ่านใส่เข้าไปในนั้นและถือไปถือมาเพื่อให้ความอบอุ่นและเป็นแสงสว่างส่องนำทางให้กับเขา จากตำนานนี้ทำให้ชาวไอแลนด์เชื่อว่าการจุดไฟไว้ในหัวผักกาดและตั้งหน้าบ้านจะเป็นสัญลักษณ์ของการหยุดยั้งความชั่ว […]

ภาพยนตร์ฮาโลวีนที่น่าดู

มันเหมือนกลายเป็นของคู่กันไปเป็นที่เรียบร้อยสำหรับเทศกาลฮาโลวีนกับภาพยนตร์สยองขวัญสั่นประสาท แม้ว่าบางคนจะเป็นคนที่กลัวผีขึ้นสมองแต่เมื่อมาถึงเทศกาลฮาโลวีนทีไรก็อดไม่ได้ที่จะต้องมองหาภาพยนตร์น่ากลัวๆ สักเรื่องเอาไว้ดูเพื่อเป็นการสร้างบรรยากาศ เมื่อเป็นเช่นนี้จึงจะขอทำการแนะนำกับภาพยนตร์สุดสยองขวัญที่รับรองว่าหากต้องการมีเอาไว้เพื่อดูในเทศกาลฮาโลวีนจะต้องอกสั่นขวัญผวาอย่างแน่นอน The Conjuring – เป็นภาพยนตร์ที่ถูกสร้างขึ้นมาจากเรื่องจริงของสองสามีภรรยาอย่าง เอ็ด และ ลอเรน วอเรน ที่เป็นนักสืบสวนเรื่องราวลี้ลับเหนือกฎเกณฑ์ธรรมชาติที่พวกเขามักจะถูกเรียกให้ไปปราบผีอยู่บ่อยๆ หรือมักจะถูกเชิญไปตามสถานที่ที่เรียกกันว่าผีดุ วันหนึ่งทั้งคู่ถูกเชิญโดยครอบครัวมีลูกสาวอาศัยอยู่ด้วยกัน 5 คน ที่พึ่งย้ายเข้าไปอยู่ในบ้านหลังใหม่แต่บ้านหลังนี้คือบ้านที่เคยเกิดคดีแปลกๆ ด้วยกันบ่อยๆ ครั้ง อาทิ การฆ่าตัวตายด้วยการแขวนคอ, การกินยาฆ่าตัวตาย, ถูกฆ่าข่มขืน, คนหายสาบสูญ ด้วยความที่ครอบครัวดังกล่าวมีลูกสาวคนหนึ่งเหมือนจะถูกผีเข้า เขาทั้งสองจึงต้องช่วยเหลือ The Housees October Built – หากว่าคืนวันฮาโลวีนของคุณคือการปล่อยผี ภาพยนตร์เรื่องนี้จะยิ่งทำให้คุณได้อารมณ์แบบมาเต็มสุดๆ เพราะคุณเคยคิดหรือไม่ว่าในหมู่มวลของคนที่มาสนุกกับคืนวันฮาโลวีนมันไม่ได้มีแค่คนอย่างเราที่แต่งตัวเป็นผีมาร่วมงาน แต่ทว่ามีหนึ่งในผู้ร่วมงานคือผีจริงๆ ซึ่งภาพยนตร์เรื่องนี้ทำให้มันเกิดขึ้นเมื่อมีกลุ่มเพื่อนกลุ่มหนึ่งอยากไปสนุกในคืนวันฮาโลวีนในบ้านผีสิง และสิ่งที่พวกเขาพบจะทำให้ต้องจดจำไปจนวันตาย Insidious – หนังกล่าวถึงจอร์จและเรไน สามีภรรยาที่ใช้ชีวิตกับลูกทั้งสามคน จู่เมื่อลูกชายตกอยู่ในอาการโคม่าแบบไม่มีสาเหตุทำให้เขาทั้งคู่ได้พบเจอกับเรื่องราวที่ไม่สามารถอธิบายได้กับบ้านที่พวกเขาอาศัยอยู่ ก่อนที่จะพบว่าร่างของลูกชายเขาคือพลังงานอันชั่วร้ายทั้งคู่จึงต้องพยายามช่วยเหลือไม่ให้วิญญาณของลูกชายเขาต้องถูกจองจำไปตลอดกาล The Woman in Black – หากจะบอกว่านี่คือหนังสุดหลอนแบบเงียบๆ ก็คงไม่ผิดมากนัก เรื่องราวกล่าวถึงทนายหนุ่มนามว่า อาเธอร์ คิปส์ ได้เดินทางมาทำงานเพียงลำพังในหมู่บ้านแห่งหนึ่ง […]

ประวัติวันฮาโลวีนที่น่ารู้

เป็นที่รู้กันดีว่าวันฮาโลวีนจะตรงกับทุกวันที่ 31 ตุลาคม ของทุกปี หากใครที่เคยไปอยู่ต่างประเทศมักจะได้ยินคำว่า Trick of Treat ! กันอยู่บ่อยๆ เพราะนี่ถือเป็นคำยอดนิยมที่จะใช้กันในวันนี้เป็นประจำมาอย่างยาวนาน นอกจากนี้สัญลักษณ์อีกอย่างของวันฮาโลวีนก็คือการที่มีฟักทองหน้าตาประหลาดๆ อยู่เต็มบ้านเต็มเมืองไปหมด อย่างไรก็ตามสิ่งเหล่านี้คือสิ่งที่ถูกเรียกว่าประเพณีในการที่ทำให้กลายเป็นเรื่องสนุกสนาน อย่างไรก็ตามประวัติของวันฮาโลวีนจริงๆ ถือว่าเป็นสิ่งที่มีความน่าสนใจไม่น้อยเลยทีเดียว วันฮาโลวีนมีตำนานเล่าขานกันมาอย่างยาวนานว่านี่คือวันฉลองปีใหม่ของชาวเซลท์ (Celt) แต่จริงๆ แล้วมันคือวันที่ 1 พฤศจิกายน ที่ถูกเรียกว่า Samhain ซึ่งนี่คือชื่อของเทพเจ้าแห่งความตาย ชาวเซลท์ที่เป็นชนเผ่าพื้นเมืองของไอร์แลนด์เชื่อว่าวันที่ 31 ตุลาคม เป็นวันสิ้นสุดฤดูร้อนและวันถัดไปก็คือวันปีใหม่ของพวกเขา พวกเขาเชื่อว่าในวันดังกล่าวจะเป็นวันที่มิติของคนตายกับมิติของคนเป็นจะเชื่อมโยงเข้าหากัน วิญญาณของผู้ที่พึ่งเสียชีวิตไปเมื่อปีที่ผ่านมาก็จะล่องลอยเพื่อมาหาร่างสิงสถิตอยู่เพราะว่าพวกเขาต้องการที่จะกลับมามีชีวิตใหม่อีกครั้ง นี่จึงเป็นสิ่งที่ทำให้คนซึ่งยังคงมีชีวิตอยู่ต้องหาวิธีการในการที่จะไม่ให้พวกวิญญาณเหล่านี้ของสิงตนหรือคนในครอบครัว ชาวเซลท์จึงทำการปิดไฟทุกดวงในบ้านเพื่อให้อากาศในบริเวณนั้นหนาวเย็นจนเหล่าบรรดาผีสางที่ล่องลอยตามหาร่างคนไม่ต้องการที่จะอยู่อาศัยในบริเวณดังกล่าว รวมไปถึงยังนิยมที่จะแต่งกายให้ตัวเองแปลกประหลาด เช่น การปลอมตัวเป็นผี การพยายามทำให้ตัวเองน่ากลัว หรือการส่งเสียงดังเพ่อให้ผีเหล่านั้นตกใจกลัวและหนีหายไป นอกจากนี้ในค่ำคืนดังกล่าวยังถือว่าเป็นค่ำคืนที่จะมีงานฉลองการสิ้นสุดในฤดูแห่งการเก็บเกี่ยว จะมีการนำสัตว์หรือพืชผลมาทำการบูชายันต์กับเหล่าผีสางเหล่านี้ บางตำนานก็มีการเล่าขานกันต่อมาว่ามีการเผาร่างของคนที่คิดว่าถูกผีสิงเลยจริงๆ ถือว่าเป็นการทำให้ผีดูว่าหากเข้าสิงร่างใครจะต้องตาย แต่ความเชื่อที่ว่านี้มันค่อนข้างที่จะเก่ามากต้องย้อนกลับไปช่วงก่อนคริสตกาลกันเลยทีเดียว อย่างไรก็ดีทุกวันนี้เทศกาลฮาโลวีนคือเทศกาลที่เราจะเห็นคนใส่หน้ากากผีออกมาเพื่อความสนุกสนาน ความบันเทิง แต่สิ่งที่น่ากลัวกว่าผีคือคนที่แฝงตัวมาเพื่อวัตถุประสงค์ไม่ดีนี่เอง การจะไปเที่ยวไหนก็ควรต้องระวังเอาไว้ให้มากๆ

ความสนุกของวันฮาโลวีนอยู่ในเกมและกิจกรรมต่างๆ

  อีกหนึ่งสีสันของวันฮาโลวีนที่ขาดไมได้เลยนั้นก็คือเกมต่างๆที่จะมีเล่นกันในเฉพาะวันนี้เท่านั้น ซึ่งเกมส่วนใหญ่มักจะเป็นเกมที่คิดขึ้นมาของชาวไอริชที่เกี่ยวกับการทำนายทายทัก ยกตัวอย่างเกมที่ให้เราปอกเปลือกแอปเปิลให้เป็นเส้นยาวที่สุด โดยไม่ให้ขาดจากกัน หลังจากนั้นให้โดยปอกเปลือกแอปเปิลข้ามไหล่ตัวเองไปข้างหลัง สักเกตว่าเป็นตัวอักษรตัวใดก็แสดงว่านั้นคือชื่อนำหน้าชื่อคนที่จะมาเป็นคู่นั้นเอง และเกมที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในวันฮาโลวีนก็คือ เกมแอปเปิลจุ่มน้ำ การเล่นคือให้นำแอปเปิลไปแช่ในภาชนะอะไรก็ได้ ต่อจากนั้นให้ผู้เล่นคาบแอปเปิลออกมาจากถัง โดยบางที่ก็ได้สร้างกฏขึ้นมาเพิ่มอย่างต้องคุกเข่าบนเก้าอี้ เอาซ้อมคาบไว้ที่ปากพยายามนำซ้อมไปจิ่มให้โดนแอปเปิลให้ได้ หรืออย่างเกมที่เคยเห็นในบ้านเราอย่างเอาของกินหรือผลไม้แขวนไว้กับเชือก แล้วให้ผู้เล่นกินให้หมดแต่ไม่ให้ใช้มือในการกิน แต่ของต่างประเทศจะเป็นการใช้โดนัทแทน อีกความเชื่อหนึ่งก็คือ สำหรับหญิงสาวที่โสดให้นั่งอยู่ในห้องที่มืดในวันเดียวกับฮาโลวีนและมองไปที่กระจก ถ้าเกิดเห็นเป็นรูปโครงกระดูกในกระจกก็แสดงว่าผู้หญิงคนนี้จะต้องมีอันที่จะต้องเสียชีวิตก่อนที่จะได้แต่งงาน ซึ่งความเชื่อพวกนี้ก็ได้แพร่ขยายเป็นวงกว้างออกไปเรื่อยๆ บางคนก็ถือโอกาสนี้จับกลุ่มเล่าเรื่องผีปีศาจกันพักเพื่อหลอกให้เด็กๆกลัวไม่ดื้อกับพวกผู้ใหญ่

สถานที่สยองขวัญในวันฮาโลวีน

  ถ้าพูดถึงวันฮาโลวีนก็ต้องมีผีปีศาจและสิ่งที่ขาดไม่ได้เลยก็คือบ้านผีสิง ที่มักจะถูกจัดมาเพื่อวันนี้โดยเฉพาะ นี้ถือเป็นอีกสีสันของานวันฮาโลวีน ตั้งแต่ธุรกิจนั้นมีความรุ่งเรือง และเต็มโตมาก็ได้มีความคิดที่จะนำบ้านผีสิงเข้ามาจัดในวันสำคัญนี้ รวมไปถึงเข้าวงกต โดยการจัดการครั้งนี้จะเป็นการระดมทุน Junior Chamber International ซึ่งในการจัดกิจกรรมในแค่ละครั้งก็สามารถที่จะทำเงินได้ถึง 300-500 ล้านเหรียญ ต่อปี ถ้านับจำนวนคนเล่นจริงๆก็มีคนเข้ามาร่วมกิจกรรมนี้ถึง 400,000 เลยที่เดียว จากที่มีคนเป็นจำนวนมากให้ความสนใจในแต่ละมีทางผู้จัดก็ต้องคิดหาเทคนิคใหม่ๆ เพื่อสร้างสีสันและให้งานวันฮาโลวีนนั้นมีความสมจริงมากยิ่งขึ้นไปทุกปี ความสนุกของวันฮาโลวีนยังไม่ได้หยุดอยู่เพียงเท่านี้ในส่วนอื่นก็ยังมีการทำอาหารที่เกี่ยวข้องกับ ฮาโลวีน โดย เฉพาะ ในช่วงนี้ก็อยู่ในช่วงหน้าผลไม้แอปเปิลจึงได้มีการน้ำเอามาทำเป็นขนมประจำวันฮาโลวีน โดยมีชื่อเรียกว่าอมยิ้มแอปเปิลเคลือบคาราเมล มีขนมอีกหลายๆชนิดการตกแต่งหน้าตาให้ดูน่ากลัวอย่างเช่น เป็นรูปสมอง ลูกตาเป็นต้น อีกอย่างหนึ่งก็คือลูกกวาดแอปเปิลและได้กลายเป็นเหมือนขนมประจำสัญญาลักษณ์ของเทศกาลนี้ไปแล้ว ต้องบอกเลยว่าในเทศกาลนี้จะมีของหวานให้กินอีกเพียบ เด็กจึงชอบมากที่จะออกมาสนุกกับวันปล่อยผีที่นานๆที่จะมีครั้งรวมไปถึงผู้ใหญ่ก็จะให้ความสำคัญกับงานนี้โดยจะจัดกิจกรรมให้เด็กๆมากมายเพื่อให้เด็กมีความสุขในวันนี้มากที่สุด

ความหมายของ ทริค ออ ทรีท (Trick or Treat)

  วันฮาโลวีนเป็นวันที่เด็กๆชื่นชอบ โดยในประเทศสหรัฐอเมริกาประมีการเล่นของเด็กๆที่เรียกว่า ทริค ออ ทรีท “Trick or Treat” โดยจะเล่นแต่งกายเลียนแบบ ผี ปีศาจ นางฟ้า ประดับประดาด้วยโคมไฟฟักทองหรือ ตุ๊กตาหุ่นฟาง ซึ่งได้แรงบันดาลใจมาจากประเพณีเก็บเกี่ยว (Harvest) ซึ่งเป็นช่วงเทศกาลที่อยู่ในช่วงเดียวกัน โดยแต่ละบ้านจะเตรียมขนมหวาน และลูกอมที่ทำเป็นรูปเม็ดข้าวหลากสีอย่างที่ ขาว เหลือง ส้มที่ผสมอยู่ในเม็ดเดียวกัน โดยเรียกว่า Corn Candy ดูแล้วเด็กๆแทบจะทั้งหมดก็ดูจะชอบเทศกาลนี้กันอย่างมาก ซึ่งเมื่อถึงเวลาก็จะมีเด็กๆที่แต่งตัวเป็นผีปีศาจเหล่านี้เดินไปเคาะประตูหน้าบ้าน โดยที่ขาดไม่ได้เลยก็คือ สัญลักษณ์ของวันฮาโลวีนก็คือ โคมไฟ Jack o’ Lantern ที่นำฟักทองมาเกาะสลักเป็นหน้าปีศาจแล้วใส่ไฟข้างใน และคำพูดสุดฮิตว่า trick or treat ซึ่งเจ้าบ้านจะเลือกตอบได้อย่างถ้าตอบว่า treat ความหมายคือเลี้ยงหรือยอมแพ้แล้วให้มาเอาลูกกวาดไปได้เลย การให้จำนวนลูกอมขึ้นอยู่กับความถูกใจของคนให้ ยกตัวอย่างว่าเด็กแต่งตัวได้ถูกใจก็ให้เยอะไม่ถูกใจก็ให้น้อย ในทางกลับกันถ้าตอบว่า trick ความหมายคือ หลอก ก็คือไม่ยอมนั้นเอง ซึ่งตอนนั้นเด็กๆก็ต้องทำอะไรสักอย่างเพื่อจะหลอกเจ้าของบ้าน แลกกันลูกอม ไม่ว่าจะเลือกแบบไหนเด็กๆก็จะได้ลูกกวาด กับได้ความสนุกสนานของเทศกาลนี้กันทุกคน *ปกติตามตำนานของ”แจ๊ก”ในการนำไฟใส่เพื่อเป็นแสงส่องทางนั้นต้องเป็น หัวผักกาดหรือหัวเทอร์นิพ […]

ความสำคัญของวันฮาโลวีน (Halloween)

วันนี้ผมจะมาปล่อยผีกับวันฮาโลวีน (Halloween) ซึ่งตรงกับวันที่ 31 ตุลาคม ของทุกปี เป็นอีกหนึ่งเทศกาลของต่างประเทศ โดยประเทศไทยเองก็ให้ความสำคัญกับเทศกาลนี้ไม่น้อย เช่นกันโดยการแต่งตัวแต่งหน้าเป็นผีแต่ก็ไม่ได้เหมือนกับต่างประเทศสะที่เดียว ในวัน Halloween คำที่จะได้ยินบ่อยในเทศกาลนี้ก็คือ Trick or treat ! มันคือคำพูดที่ยอดฮิต ซึ่งจะมีคนแต่งตัวเป็นผีปีศาจ หรือสิ่งที่คิดว่าน่ากลัวต่างๆ ออกมาหลอกคนอื่น โดยสัญลักษณ์ประจำฮาโลวีนก็คือพักทองที่เจาะรูให้คล้ายๆคน จะมีใครรู้บางว่าวันนี้มีความสำคัญและประวัติความเป็นมาอย่างไร   ฮาโลวีน (Halloween) ประวัติ และความสำคัญ เชื่อกันว่าวันฮาโลวีนเป็นการฉลอดปีใหม่ของชาวเซลท์ (Celt) ซึ่งในวันที่ 1 พฤศจิกายนที่เรียกว่า Samhain ซึ่งเป็นเทพเจ้าแห่งความตาย อีกความหมายหนึ่งของวันที่ 31 ตุลาคม ของชาวเซลท์ถือว่าเป็นวันที่สิ้นสุดของฤดูร้อน พอถึงวันที่ 1 คือวันถัดไปก็ถือว่าเป็นวันขึ้นปีใหม่นั้นเอง Samhain เทพเจ้าแห่งความตายที่ทำให้เกิดเทศกาลนี้ขึ้นมาเพื่อบูชาเทพองค์นี้ของชาวเซลท์ (Celt) ในความเชื่อได้บอกไว้ว่าวันนี้ที่ 31 ตุลาคม เป็นวันที่ มิติคนตาย หรือภูตผีวิญญาณที่อยู่ในโลกแห่งความตายจะออกมาเชื่อมโยงหาร่างคนเพื่อที่จะสิ่งสู่ เพื่อให้ได้กลับมามีชีวิตอีกครั้ง จึงได้เกิดความคิดที่ว่าจะทำอย่างไรเพื่อไม่ให้ผีร้ายเหล่านี้สิงสู่ โดยการปิดไฟทุกดวงในบ้านเพื่อให้บรรยากาศในบ้านเย็นๆ และแต่งตัวเป็นผีร้ายที่น่ากลัว ส่งเสียงดังเพื่อให้ผีตัวจริงตกใจหนีกลับไปในที่ของพวกมันเคยอยู่แล้วไม่มีรบกวนคนเป็นอีก