Category Archives: blog

เล่าเรื่องตํานานในวันศุกร์ที่ 13 มีจุดเริ่มต้นมาจากอะไร ?

คุณเคยสงสัยกันไหมว่าทำไมชาวฝรั่งหลายๆคนจึงหวาดกลัว “วันศุกร์13” กันนัก อีกทั้งยังถือด้วยว่าเป็นวันอันเลวร้ายที่สุดของปีนั้นๆ อีกด้วย เพราะวันดังกล่าวมีที่มาจากอาหารมื้อสุดท้ายของพระเยซู หรือ The Last Supper โดยในอาหารมื้อนั้นมีสาวกมาร่วมรับประทานอาหารกับพระองค์ 12 คน รวมพระองค์ด้วยก็เป็น 13 คน ก่อนพระองค์จะถูกทรยศ แล้วนำไปตรึงบนไม้กางเขนในวัน “ศุกร์ประเสริฐ” หรือ Good Friday แต่ก็ยังมีอีกความเชื่อหนึ่งกล่าวว่า วันศุกร์ 13 ตุลาคม ค.ศ. 1307 เป็นวันที่พระเจ้าPhilip ที่ 4 แห่งฝรั่งเศส ได้ทำการจับกุมเหล่าอัศวินTemplar จำนวนหลายร้อยคน ก่อนจะนำตัวไปทรมานและฆ่าอย่างโหดเหี้ยม เพื่อยึดสมบัติทรัพย์สินของพวกเขามาเป็นของฝรั่งเศส เรื่องราวความเป็นมาของเลข 13 ในวันศุกร์ ยังไม่จบเพียงเท่านี้ โดยมีตำนานอีกเรื่องหนึ่งกล่าวถึง “แขกคนที่ 13” ของ “ชาว Norse” ในดินแดน Scandinavia อันเกี่ยวกับเทพ 12 องค์ ได้มารวมตัวกันจัดงานเลี้ยง ณ ห้องโถงของ Aesir […]

ตำนาน Dullahan อัศวินไร้หัวของชาวไอริช

อัศวินไร้หัวผู้ควบม้าคู่ใจไปท่ามกลางความมืดมิด…เขาเป็นทูตแห่งความตาย ซึ่งมาในร่างของมนุษย์ไร้ศีรษะพร้อมกับม้าคู่ใจสีดำสนิท แขนข้างหนึ่งโอบอุ้มหัวของตัวเองเอาไว้ ส่วนแขนอีกข้างหวดแส้เพื่อส่งสัญญาณให้ม้าทะยานไปท่ามกลางความมืดของรัตติกาล… ใบหน้าของ Dullahan มีเล่าไว้ 2 แบบ แบบแรกได้แก่ มีตาประกายแสงเห็นเด่นชัดราวกับดวงตาของแมลง มีปากฉีกกว้างอันน่าสยดสยอง และผิวที่แลดูเหมือนชีส แบบที่สอง คือ เขามีดวงตารีแหลมคม ในส่วนของตาขาวแทบมองไม่เห็น เนื่องจากลูกตาดำปกคลุมจนเกือบสนิท มีเขี้ยวยาวแหลมออกมาจนน่าสะพรึงกลัว และมีผิวขาวซีดราวกับซากศพ ส่วนแส้ที่ถืออยู่เป็นประจำนั้นก็ทำมาจากซากศพของมนุษย์ นอกจากนี้ม้าของเขาก็ไม่ธรรมดา เพราะมันมีดวงตาสีแดงฉาน ส่องสว่างน่ากลัวอยู่ท่ามกลางความมืด เรื่องเล่าของ Dullahan ในตำนานของชาวไอริชกล่าวไว้ว่า เขาเป็นได้ทั้งเพศชายหรือเพศหญิงก็ได้ ปรากฏตัวในชุดสีดำ ไร้หัว ใช้มือซ้ายบังคับม้าเทียมโดยมีม้า 6 ตัว ไม่มีหัวคอยลากรถม้า หรือบางครั้งก็ขี่บนม้าตัวเดียว มีเรื่องเล่ากันว่า Dullahan เปรียบเสมือนลางบอกเหตุของความตายที่กำลังจะคืบคลานเข้ามา ถ้า Dullahan ไปเยี่ยมบ้านใครแล้ว บ้านนั้นจะต้องมีคนตายอย่างแน่นอน แต่คนตายในที่นี้ คือ หมดอายุขัยจริงๆ ไม่ได้เดินทางเพือไปฆ่าคนแต่อย่างใด การเดินทางเพื่อไปรับวิญญาณ เขาก็จะควบม้าภายในความมืดไปรับ โดยบริเวณศีรษะส่องแสงสีเขียวออกมา ราวกับตะเกียงส่องทางยามค่ำคืน ดวงตาก็กลิ้งกรอกไปมา ราวกับพยายามสำรวจทุกอย่างที่อยู่ในบริเวณนั้น ความสามารถพิเศษของเขายังไม่หมดเพียงเท่านี้ เพราะดวงตาของ Dullahan […]

ลงลึกประวัติตำนาน Count Dracula ที่น่าสนใจ

ถ้าพูดถึงหนึ่งในจำนวนผีที่มีชื่อเสียงโด่งดังระดับโลก หลายๆคนคงนึกถึง Count Dracula แห่ง Romania โดยมีตำนานเล่าขานถึงประวัติความเป็นมานานหลายศตวรรษ ถูกนำมาสร้างเป็นนิยายสยองขวัญและภาพยนตร์ที่สามารถโกยเงินไปทั่วโลกมาแล้วมากมาย โดยผู้ให้กำเนิด Count Dracula เป็นนักประพันธ์ชาวอังกฤษผู้มีนามว่า Bram Stoker เขาได้ไอเดียการเขียนเรื่องราวเกี่ยวกับผีดูดเลือดตนนี้ ขึ้นมาจากความฝันในค่ำคืนหนึ่งช่วงฤดูหนาว ในปีค.ศ. 1897 จนได้รับประสบความสำเร็จ ทำให้มีภาคต่อๆมา เพื่อตอบสนองความต้องการคอนิยายแนวสยองขวัญจนได้รับความนิยมไปทั่วโลก และท่าน Count Dracula ของ Bram Stoker มีความเกี่ยวข้องกับเจ้าชายที่มีตัวตนจริงบนโลกใบนี้ นาม Vlad Tepes แห่ง Romania ความจริงคือถึงแม้ว่านักเขียน Bram Stoker จะเขียนเรื่องราวนี้จากความฝันของเขา แต่ส่วนหนึ่งก็ได้เค้ามาจากเรื่องจริงในประวัติศาสตร์ของดินแดน Romania อันเกี่ยวกับเรื่องของ เจ้าชาย Vlad Tepes แห่งแคว้น Valakia ผู้มีความโหดร้าย อำมหิต ทารุณ ไม่ต่างอะไรกับภูตผีปีศาจ จนได้รับสมญานามว่า ท่าน Count Dracula www.sbobet24hr.com เจ้าชาย […]

ผีปีศาจใน Halloween มีตัวอะไรบ้าง

เทศกาล Halloween เป็นวันหยุดประจำปี มีการเฉลิมฉลองในวันที่ 31 ตุลาคมของทุกปี การทำกิจกรรมในวันนี้ ทุกคนจะตกแต่งสถานที่ให้เป็นสีส้มและสีดำ อันเป็นสีประจำวัน Halloween พร้อมตกแต่งด้วยฟักทองแกะสลัก พร้อมทั้งทำกิจกรรมต่างๆร่วมกัน เช่น การเล่น Trick or Treat , การแต่งตัวเป็นผี , ผจญภัยในสถานที่สยองขวัญ , ชมภาพยนตร์สยองขวัญ เป็นต้น Jack-o’-Lanterns คือชื่อของฝักทองที่นำมาแกะสลักเป็นหน้าตาต่างๆ ซึ่งเราคุ้นหน้าคุ้นตากันดี ในวัน Halloween ในสมัยก่อนจะทำมาจากหัวผักกาด และหัวบีตรูต ไม่ใช่ฟักทองแบบในปัจจุบัน ที่มาของชื่อของฝักทองนี้ มาจากชายคือ  Jack ที่อาจหาญต่อสู้กับซาตาน เป็นเรื่องเล่าโบราณของไอร์แลนด์ มีชายชาวนาจอมเจ้าเล่ห์คนหนึ่งชื่อ Jack ตอนนั้นซาตานออกไล่ขอพืชผลจากชาวบ้าน แน่นอนว่าไม่มีบ้านไหนกล้าปฏิเสธ เพราะกลัวโดนสาป แต่มันใช้กับ Jack ไม่ได้ เขาไม่เคยกลัวอีกทั้งยังไม่เคยให้อะไรแก่ซาตานเลย วันหนึ่งซาตานแอบมาแสดงตนให้เห็น เพื่อให้เขาเกิดความเกรงกลัว แต่ผลกลับตรงข้าม เขาหลอกซาตานจนติดกับดัก หนีไปไหนไม่ได้ พร้อมให้ซาตานสัญญาว่า เมื่อเขาตายแล้วห้ามพาวิญญาณของเขาลงนรก แล้วถึงจะปล่อย ซาตานจำใจรับปาก […]

ประสบการณ์เที่ยว Halloween ที่ประเทศญี่ปุ่น

วัน Halloween ตรงกับวันที่ 31 ตุลาคม ต้นกำเนิดมาจากวันฉลองปีใหม่ของชาว Celt ในวันที่ 1 พฤศจิกายน เรียกว่า Samhain อันเป็นนามของเทพเจ้าแห่งความตาย อย่างไรก็ตามในวันที่ 31 ตุลาคม ชาว Celt ที่เป็นชนพื้นเมืองในประเทศไอร์แลนด์ นับว่าเป็นวันสิ้นสุดของฤดูร้อน วันต่อมาถือเป็นวันขึ้นปีใหม่ ในวันที่ 31 ตุลาคมนี้เองชาว Celt เชื่อว่า มิติของคนตายกับคนเป็น ถูกเชื่อมต่อเข้าหากัน และวิญญาณของผู้เสียชีวิต จะออกหาคนเป็นเพื่อครอบครองร่าง จะได้มีชีวิตขึ้นมาอีกครั้งหนึ่ง เพราะฉะนั้นคนเป็น จึงต้องทำทุกวิถีทางเพื่อจะไม่ให้วิญญาณมายึดร่างของตน ด้วยการปิดไฟทุกดวงในบ้าน พร้อมปลอมตัวเป็นวิญญาณ ส่งเสียงดัง เพื่อให้ผีตัวจริงตกใจนั่นเอง จากประเพณีวัฒนธรรมของชนพื้นเมืองนี่เอง ก็ได้กลายมาเป็นประเพณีวัฒนธรรมซึ่งคนทั้งโลกเข้ามามีส่วนร่วมตราบจนถึงปัจจุบัน และหนึ่งในประเทศซึ่งเข้ามามีส่วนร่วมสร้างสีสันมากสุดก็คือ ประเทศญี่ปุ่น ผู้คนล้วนสร้างสรรค์ไอเดียในการแต่งตัวเป็นปิศาจ หรือผีต่างๆ ทั้งแบบน่ากลัว , น่าสยดสยอง , น่ารัก และ Sexy หนึ่งในสถานที่จัดงานอันเต็มไปด้วยความคึกคัก อัดแน่นไปด้วยผู้คน ก็คือแหล่ง ม็มไปShopping District […]

แนะนำหนังระทึกขวัญที่เกี่ยวข้องกับ Halloween

สำหรับใน ‘วันปล่อยผี’ ใครที่ไม่รู้ว่าจะออกไปทำกิจกรรมอะไรดี หรือ เหน็ดเหนื่อยจากการทำกิจกรรมประจำวัน ไม่อยากออกไปข้างนอกแล้ว เราจึงจะมาแนะนำหนังระทึกขวัญที่เกี่ยวข้องกับ Halloween เพื่อให้คุณเลือกไปนอนดูพร้อมหลอนไปพร้อมๆกันค่ะ Friday the 13th (1980) ฆาตกรปีศาจสุดโหดอย่าง jason warhe ปรากฏตัวเป็นครั้งแรกในภาพยนตร์เรื่อง Friday the 13th ปี 1980 นี่คือจุดเริ่มต้นเรื่องราวของเขาในโลกภาพยนตร์ และยังมีภาคต่ออีก 9 ภาค jason warhe เป็นเด็กชายที่มีความผิดปกติ หน้าตาน่าเกลียด โดนเพื่อนแกล้งจนจมน้ำตาย จนเขาตื่นขึ้นมาพร้อมกับความแค้นอย่างรุนแรง จุดเด่นของ jason คือความอึด และพละกำลังอันแข็งแกร่ง ตายแล้วฟื้น ทำยังไงก็ไม่ตายเสียที แถมฆ่าไม่เลือก สะใจคนดูเป็นอย่างยิ่ง จัดเป็นตัวละครในโลกภาพยนตร์สยองขวัญ ซึ่งได้รับความนิยมเป็นอันดับต้นๆเลยก็ว่าได้ และชื่อเรื่องของเรื่องนี้ก็ตรงกับวัน Halloween พอดี Halloween (1978) อีกหนึ่งจุดเริ่มต้นของตำนานฆาตกรต่อเนื่อง นาม Michael Myers ผู้ซ่อนโฉมหน้าไว้ภายใต้หน้ากากสีขาวอันแสนไร้อารมณ์ เขาเป็นฆาตกรที่ผู้ชมชื่นชอบมากที่สุดเป็นอันดับต้นๆของโลก เรื่องราวของเรื่องนี้ คือ […]

เทศกาลฮัลโลวีน หัวข้อ แฟชั่นการแต่งตัวในเทศกาล halloween ของประเทศต่างๆ

เทศกาลฮาโลวีนปัจจุบันกลายเป็นเทศกาลสากลที่คนทั่วโลกรู้จักกันดีและยังรับเอาวัฒนธรรมของเทศกาลฮาโลวีนไว้ในวัฒนธรรมประเทศของตน ถึงแม้ว่าจะไม่มีการประกอบพิธีพำกรรมในทุกประเทศ และออกจะเป็นเทศกาลที่ทำกันเล่น ๆ มากกว่าจะจริงจัง เราจะเห็นว่าฮาโลวีนคือวันแห่งการแต่งตัวแฟชั่นแฟนซีที่สนุกสนาน การแต่งตัวในวันฮาโลวีนของประเทศต่าง ๆ ก็นิยมการแต่งตัวเป็นผีและแต่งตัวแปลก ๆ ให้เป็นจุดสนใจใช้ความคิดสร้างสรรค์ในแต่ละประเทศไม่ต่างกันนัก แฟชั่นวันฮาโลวีนมีการแต่งตัวอยุ่ด้วยกัน 3 สไตล์ก็คือ   1 แต่งแบบผีจริง ๆ การแต่งตัวเป็นผีในวันฮาโลวีน เป็นการแต่งตัวแบบแรกที่เป็นที่มาของชุดแฟนซีแฟขั่นในวันฮาโลวีน ชุดที่ใส่เป็นผีมีทั้งชุดสำเร็จรูปที่มีขายกันอยู่และการดัดแปลงชุดเองจากความคิดสร้างสรรค์ ผีบางชนิดก็ติดอันดับ Top10 ที่คนนิยมแต่งแฟนซีกัน เช่น แม่มด พ่อมด จะประกอบไปด้วยเสื้อคลุมผูกคอสีดำทรงสามเหลี่ยม หมวกปีกกว้างปลายหมวกแหลม และชุดสีดำทั้งตัว อาจจะมีพล็อบประกอบเป็นหม้อคล้องแขน ย่าม และไม้กวาดอันใหญ่ ๆ แด็กคูล่าผีแด็กคูล่าเปฌ็นอีกผีที่มีเสน่ห์ ชุดของแด็กคูล่าก็คล้าย ๆ กันกับพ่อมด แม่มด แต่ต่างกันตรงชุดแด๊กคูล่าชุดข้างในเสื้อคลุมจะเป็นเสื้อเชิ๊ตผูกหูกระต่างและจะต้องมีการใส่เขี้ยงปลอมลงไปในปากด้วย นอกจากนั้นก็เป็นผีแบบอื่น ๆ แล้วแต่จะจินตนาการ   2 แต่งแบบแฟนซีแปลก ๆ ชุดแฟชั่นแฟนซีแบบแปลก ๆ เช่นแต่งเป็นกลักไม้ขีดไฟ แต่งเป็นชักโครก แต่เป็นหลอดยาสีฟันคู่กับแปรงสีฟัน เป็นต้น การแต่งตัวแฟนซีแบบนี้ไม่ได้มีคอนเซ็ปตายตัวอะไรและไม่ได้เน้นความเหมือนจริงของบทบาทผี แต่ต้องการใส่ให้เกิดความฮาความตลกกันมากกว่า […]

เทศกาล halloween กับการเฉลิมฉลองในประเทศต่างๆ

เทศกาลฮาโลวีน เป็นเทศกาลผี ๆ ในวันปล่อยผีที่ไม่ได้สร้างความน่ากลัวให้กับผู้คนทั่วโลกเลย แต่ตรงกันข้ามกลับกลายเป็นเทศกาลที่ผู้คนออกมาสนุกสนานได้แต่ตัวแฟนซีสีสันสดใสไปตามถนนหนทาง ตกแต่งบ้านเรือนและสถานที่แบบสร้างสรรค์ตลก ๆ เป็นเทศกาลอันโปรดปรานของเด็ก ๆ โดยเฉพาะในกลุ่มคนยุโรป อเมริกา ในทวีปอื่น ๆ กอย่างทวีปเอเชีย เทศกาลฮาโลวีนเป็นสีสันฉลองก็แต่เฉพาะบางประเทศและบางย่านเท่านั้น มาท่องไปกับเทศกาลฮาโลวีนกับงานเฉลิมฉลองแบบแปลก ๆ ในแต่ละมุมโลกที่น่าสนใจกัน   1 ประเทศจีน ในประเทศจีนมีเทศกาลที่มีความคล้ายคลึงกันกับฮาโลวีนคือ เทศกาลโคมไฟ คนจีนเชื่อว่าในวันเทศกาลโคมไฟผีบรรพบุรุษที่จากไปจะเดินทางกลับมาบ้าน จึงมีการจุดโคมไฟเพื่อนำทางวิญญาณกลับบ้าน ทั่วทุกท้องถนนและย่านต่าง ๆ ประดับประดาด้วยโคมไฟ มีการเผากระดาษที่เตรียมพับไว้ในวัดให้กับดวงวิญญาณทั้งวิญญาณบรรพบุรุษและวิญญาณร่อนเร่ไร้ญาติ   2 ประเทศฝรั่งเศส สำหรับประเทศฝรั่งเศสเดิมทีก็เหมือนกับประเทศไทยเราคือไม่เคยมีเทศกาลฮาโลวีน คนฝรั่งเศสไม่รู้จักเทศกาลฮาโลวีน แต่มาเมื่อยุค 90 นี้เองที่วัฒนธรรมเริ่มหลั่งไหลแลกเปลี่ยนกันไปทั่วโลก คนฝรั่งเศสจึงรับเอาเทศกาลฮาโลวีนมาเฉลิมฉลองบ้าง แต่ก็ไม่ได้จริงจังอะไร เพียงแต่มีกการใส่ชุดแฟนซีและเดินของขนมสนุก ๆ เท่านั้น   3 ไอส์แลนด์ ประเทศไอส์แลนด์เป็นประเทศต้นตำรับของวันฮาโลวีน มีการตกแต่งบ้านเรือนสถานที่ต่าง ๆ อย่างเอิกเริก และมีการแต่งตัวแฟนซีเป็นผีชนิดต่าง ๆ บ้างก็ใส่ชุดแฟนซีเป็นอย่างอื่นที่ไม่ใช่ผี แต่ก็สร้างสรรค์และเพิ่มสีสันให้กับวันฮาโลวีนไม่น้อย   4 […]

การจัดเทศกาลฮาโลวีนในประเทศไทย

เทศกาลวันฮาโลวีน เป็นเทศกาลที่ถูกกำหนดให้มีขึ้นทุกวันที่ 31 ตุลาคมของทุก ๆ ปี ในต่างประเทศเมื่อถึงช่วงวันฮาโลวีนชาวตะวันตกจะเห็นว่าเป็นวันที่แสนสนุก วันแห่งสีสันแม้ว่าคอนเซ็ปต์ที่แม้จริงดั้งเดิมเป็นวันที่เรียกว่าวันปล่อยผีก็ตาม แต่เมื่อเวลาผ่านไปวันฮาโลวีนกลายเป็นวันที่เน้นการแต่งตัวแบบแฟนซี โดยเฉพาะแต่งให้เป็นผีชนิดต่าง ๆ มีการแต่งหน้าให้ดูสมจริงสร้างสีสัน สีประจำของวันฮาโลวีนก็คือ สีส้มและสีดำ สัญลักษณ์ที่นำมาตกแต่งวันฮาโลวีนก็มีหลายอย่างทั้ง ฟักทองเจาะเป็นหน้าโครงกระดูด ไม้กวาด หมวกแม่มด เป็นต้น เด็ก ๆ ฝรั่งจะเดินไปตามบ้านเพื่อเคาะประตูพร้อมกับถือตะกร้าเล็ก ๆ แล้วเมื่อเจ้าของบ้านเปิดประตูออกมาเด็ก ๆ ที่แต่งตัวให้เหมือนกับตัวเองเป็นผีตัวน้อยจะถามว่า หลอกหรือเลี้ยง ถ้าเจ้าของบ้านเลือก เลี้ยง ก็ต้องนำขนม ลูกกวาด ลูกอม มาให้กับเหล่าผีตัวน้อยแทนการถูกเหล่าผีหลอก ( ว่าแต่น่ากลัวตรงไหนกันล่ะ) ที่เกริ่นมาทั้งหมดนี้คือบรรยากาศในต่างประเทศ   มาดูการจัดงานฮาโลวีนในประเทศไทยกันบ้าง เทศกาลฮาโลวีนไม่ใช่วัฒนธรรมไทยแต่เดิม จึงไม่แปลกที่เทศกาลฮาโลวีนเราจะไม่ไกด้เห็นการตกแต่งสถานที่ตามบ้านหรือกลุ่มเด็ก ๆ ตัวน้อยแต่งตัวแต่งหน้าเป็นผีถือตะกร้าไปขอขนมตามบ้าน แต่ที่เราได้เห็นกันก็คือการตกแต่งสถานที่ด้วยของตกแต่งฮาโลวีนในโทนสี ดำส้ม ขาวและม่วงตามห้างสรรพสินค้า ร้านรวงต่าง ๆ เพื่อสร้างบรรยากาศฮาโลวีน สำหรับการเฉลิมฉลองเทศกาลจะถูกจัดตามร้านอาหาร ห้างสรรพสินค้าและผับบาร์ในยามค่ำคืนเสียมากกว่า จุดประสงค์ไม่ใช่เพราะการเห็นความสำคัญกับวันฮาโลวีนในฐานะที่เป็นเทศกาลสำคัญใด ๆ เช่นประเทศในแถบยุโรปและอเมริกา แต่เป็นการตกแต่งบรรยากาศเพื่อส่งเสริมการตลาดการขายของทางห้างร้านเหล่านั้นเสียมากกว่า และไม่ได้มีใครในเมืองไทยที่รู้สึกกลังกับวันฮาโลวีนหรือวันปล่อยผีของฝรั่งนี้เลย […]

ตำนานสยองขวัญแห่งวันฮัลโลวีน

ฮัลโลวีน หรือวันปล่อยผี คืออีกหนึ่งวันสำคัญของชาวตะวันตก ที่จะจัดขึ้นทุกวันที่ 31 ตุลาคมของทุกปี โดยตำนานเล่าขานต่อกันมาว่าเริ่มต้นมาจากชนเผ่าพื้นเมืองของประเทศไอร์แลนด์ ที่เชื่อว่าวันที่ 31 ตุลาคม เป็นวันสิ้นสุดของฤดูร้อน และวันที่ 1 พฤศจิกายน เป็นวันขึ้นปีใหม่ของพวกเขา และพวกเขาเชื่อว่าระหว่างสองวันนี้เองที่มิติของคนตายกับคนเป็นจะเปิดและสามารถเชื่อมโยงเข้าหากันได้ เหล่าสัมภเวสีทั้งก็จะออกมาหาความสำราญโดยการสิงร่างของคนเป็นเพื่อจะได้มีชีวิตไปสนุกสนานอีกครั้งหนึ่ง ดังนั้น พวกเขาจึงมีต้องแต่งกายให้เหมือนผีมันเสียเลย เพื่อที่ผีเหล่านั้นจะได้คิดว่าพวกเขาก็เป็นผีเหมือนกับตนและจะได้ไม่ต้องมาสิงร่าง นอกจากนั้นยังไม่การปิดไฟและดับเตาผิงในบ้านให้มืดและเย็นยะเยือก เพื่อทำให้บ้านไม่น่าอยู่ เหล่าผีร้ายจะได้ไม่ต้องอยากมาอาศัยด้วย และความเชื่อกระทั่งว่าต้องเผาคนที่มีอาการแปลก ๆ คล้าย ๆ ถูกผีสิงเพื่อทำให้เหล่าผีทั้งหลายกลัวและไม่กล้ามาสิงคนเพราะกลัวจะถูกเผาเช่นกัน แต่ประเพณีนี้ได้ถูกคัดค้านในภายหลังว่าเป็นการทารุณเหี้ยมโหดเกินจึงได้ยกเลิกไป จากนั้นมาความกลัวเรื่องผีก็ได้ลดน้อยถอยลง มีชาวไอแลนด์บางส่วนได้อพยพมาอยู่ที่ประเทศสหรัฐอเมริกาและได้นำประเพณีวันฮาโลวีนนี้มาด้วยในราวปี 1840 โดยพวกเขาได้เปลี่ยนวันจัดพิธีเป็นวันที่ 2 พฤศจิกายน และประเพณีทั้งหลายก็ดูซอฟท์ลงไปด้วย ยังมีการแต่งกายเป็นผีอยู่เช่นเคยแต่จากที่เคยหวาดกลัวก็กลับกลายเป็นสนุกสนาน นอกจากนั้นยังมีการเดินเคาะประตูเพื่อขอขนมสำหรับวิญญาณต่าง ๆ โดยมีความเชื่อว่า ยิ่งบ้านใดให้ขนมมากเท่าใดเหล่าวิญญาณที่เป็นญาติของผู้ให้ก็จะยิ่งได้รับส่วนบุญเหล่านั้นมากขึ้นและจะมีโอกาสขึ้นสวรรค์เพิ่มขึ้นเช่นกัน ประเพณีที่มีเพิ่มขึ้นที่เราเห็นนั้นคือการแกะสลักฟักทองเป็นรูปหน้าผีและจุดเทียนไว้ด้านใน ตำนานเล่าว่ามีนักมายากลชื่อแจ็ค เขาได้หลอกผีตนหนึ่งให้ขึ้นไปอยู่บนต้นไม้แล้วเขาก็เขียนกากบาทไว้ที่โคนทำให้ผีนั้นลงมาจากต้นไม้ไม่ได้ ผีขอร้องแจ็คให้ปล่อยมันไป แจ็คจึงยอมปล่อยโดยทำสัญญากันว่าห้ามผีมาหลอกและนำสิ่งไม่ดีใด ๆ มาหลอกตัวเขา ผีตนนั้นก็ตกลง เวลานานมาแจ็คได้เสียชีวิตเขาไม่ยอมขึ้นสวรรค์และลงนรก โดยประสงค์จะมีชีวิตอยู่บนโลกมนุษย์ในฐานะวิญญาณไปเรื่อย ๆ ผีตนนั้นจึงได้นำถ่านจุดไฟมาให้เขาเพื่อให้ความอบอุ่น แจ็คจึงนำหัวผักกาดเทอนิพมาเจาะแล้วนำถ่านใส่เข้าไปในนั้นและถือไปถือมาเพื่อให้ความอบอุ่นและเป็นแสงสว่างส่องนำทางให้กับเขา จากตำนานนี้ทำให้ชาวไอแลนด์เชื่อว่าการจุดไฟไว้ในหัวผักกาดและตั้งหน้าบ้านจะเป็นสัญลักษณ์ของการหยุดยั้งความชั่ว […]